|
กับ ชมรมผู้รักบัวแห่งประเทศไทย (ปางอุบล)
ที่อาจารย์เป็นประธานอยู่นั้น อาจารย์เล่าว่า "การตั้งชมรมขึ้นมาเราก็หวังว่า
หลังจากที่มีสมาชิกที่มีคนรู้เรื่องบัวพอสมควร รู้ถึงคุณค่าของมัน ทางชมรมก็ได้ตรวจสอบว่าชื่อที่เรียกกันนี้มีในโลกหรือเปล่า
หรือไม่มีในโลกมาตั้งชื่อเอง คือเวลานี้ในต่างประเทศเขาได้มีการรับจดทะเบียน
ชมรมเรามีรายชื่อบัวของทั่วโลกที่เขาพัฒนาขึ้นมา และได้เตรียมพร้อมที่จะไปจดทะเบียนที่องค์การโลก
ถ้าเป็นบัวที่เรารู้ว่าเป็นบัวเมืองนอกแล้วมาตั้งชื่อไทย มาให้เราช่วยดูเราก็จะดูให้ว่าที่เรียกกันนั้นถูกต้องหรือไม่หรือเรียกกันผิดๆ
ถูกๆ"
"ผมทำบัวด้วยใจรักและอยากจะหาความรู้ด้วย เพราะว่าไม่มีคนรู้เรื่องบัวเลย
บางท่านจะรู้แบบว่าเป็นนักอนุกรมวิธานว่า เป็นวงศ์อะไร สปีซีอะไร แต่ว่าเจาะลึกลงไปว่าบัวพันธุ์นี้ปลูกยังไง
ดูแลยังไง มีพันธุ์ถูกต้องหรือเปล่า ยังไม่มีการเจาะลึก เราตั้งชมรมขึ้นมาก็หวังว่ามีคนมีความรู้หลายคนมาร่วมกัน
และมาช่วยกันเจาะลึกเอาสิ่งที่ถูกต้องมาให้ แม้กระทั่งการซื้อขายพันธุ์บัว
ชื่อต้นพันธุ์บัวที่หลอกลวงกันอยู่ทุกวันนี้ก็จะช่วยแก้ไขให้ จะว่าคุ้มครองผู้ซื้อผู้ขายด้วยก็ได้
ครานี้ก็อยู่ที่ว่าเขาจะฟังเราไม่ฟังเรา เพราะเราไม่มีอำนาจอะไรนอกจากมีความรู้บอกเขาเท่านั้นเอง"
"ชมรมมีสมาชิกประมาณ 150 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่รักบัว รักต้นไม้ ก็มีปลูกขายบ้าง
ส่วนใหญ่พวกปลูกต้นไม้ไม่อยู่ในกรุงเทพ อยู่ต่างจังหวัด 60% อยู่ข้างนอกหมด
กรรมการชมรมมี 19 คน อยู่กรุงเทพฯ 5 คนเท่านั้น นอกนั้นอยู่ต่างจังหวัด
ก็ทำงานลำบากพอสมควร ก็ได้น้องพราวลูกสาว (คุณปริมลาภ) คอยช่วยทำต้นฉบับวารสารชมรมที่ออกทุก
4 เดือน สมาชิกจะได้ปีละ 3 เล่ม แล้วยังจุลสารซึ่งมีข่าวคราวเกี่ยวกับชมรมออกทุก
2 เดือน"
"กิจกรรมของชมรมส่วนมากก็เป็นงานสังคมสงเคราะห์ ยกตัวอย่าง อย่างวันที่
13-14-15 กรกฎานี้ เราก็ยกทีมไปให้การฝึกอบรมที่ ม.อุบลราชธานี เขาเชิญให้เรายกทีมไปบรรยายเรื่องบัวและสาธิตวิธีการปลูกบัว
เพราะอุบลราชธานีเป็นจังหวัดบัว ทางมหาวิทยาลัยเป็นคนจัด เราเอาวิทยากรไปช่วยเขา
ทางมหาวิทยาลัยออกค่าใช้จ่ายให้หมด เราเอาภาชนะ วิธีปลูก ต้นบัว อ่าง แผ่นป้ายรูปบัวไปทำนิทรรศการให้เขาดู"
"เยาวชนไทยเวลานี้มัวแต่ไปวุ่นๆ เล่นคอมพิวเตอร์ อะไรกันหมด ซึ่งก็เห็นใจเขา
เพราะว่ามีแต่เด็กๆ ในชนบทที่จะสามารถอยู่กับต้นไม้ แต่เด็กในเมืองอยู่กับคอมพิวเตอร์
ก็คงต้องเข้าทางโรงเรียน ทางชมรมเราพร้อมจะช่วยถ้าโรงเรียนไหน
อยากจะเอาเด็กมาฝึกมาอบรมสอนให้เด็กรู้ว่าต้นไม้มีลักษณะ มีความสวยยังไงเราจัดให้ได้
อยากจะเปิดทางให้เหมือนกัน อบรมให้รู้จักของ รู้จักบัว ทำวันเดียวก็เสร็จวันเดียวก็ได้
สร้างให้เกิดใจรัก สร้างความรักต้นไม้ ความสวยงามที่เกิดจากต้นไม้ให้กับเด็ก
ต้องจับให้เด็กรักก่อน เวลานี้ที่ทำอยู่ก็ทำให้ผู้ใหญ่ก่อน แล้วผู้ใหญ่ไปต่อให้เด็ก"
"บัวประดับไทยมีอนาคต เพราะบัวบางพันธุ์ที่เมืองนอกปลูกไม่สะดวก ของเราสะดวกกว่า
จริงๆ ฤดูกาลของเราปลูกบัวได้ตลอดปี ฝรั่งเมืองนอกปลูกได้ 8-9 เดือนเท่านั้น
เราได้เปรียบเขาตรงนี้ แล้วบัวบางพันธุ์บางชนิดปลูกบ้านเราได้ดีกว่าเมืองนอก
เราสามารถทำแข่งกับประเทศอื่นได้ เราทำได้เยอะเลย ดูแล้วมันมีตลาด แต่ต้องระวังกลุ่มประเทศใกล้ๆ
เคียงเรา เขามองเราเหมือนกัน ก็แข่งกับเราอยู่เรื่อย เราก็ต้องรีบทำของเราไว้ก่อน"
|
เสร็จจากการสัมภาษณ์ อาจารย์ก็พาทีมงานเดินชมบัวบริเวณหน้าบ้าน ชี้ให้ดูบัวที่อาจารย์ผสมเอง
เช่น ลาภประเสริฐ (ชื่อคุณพ่อ) ดอกสีบานเย็นสด ทองสุก(ชื่อคุณแม่)
ดอกสีเหลืองอ่อน และ ศศิธร ที่มีดอกสีม่วงขนาดเล็ก ซึ่งอาจารย์ว่าตั้งตามชื่อภรรยาซึ่งเป็นคนร่างเล็กๆ
เหมาะสมกับขนาดดอกนี้ นอกจากนี้ยังมีบัวที่ชื่อ พลาย (ลูกชาย) และชื่อลูกสาวคนเดียวของอาจารย์ที่มีทั้งชื่อ
ปริมลาภ และ พราว แล้วเราก็ตื่นเต้นกับบัวสีม่วงเข้ม เข้มมากกกก เป็นบัวพันธุ์ใหม่ที่อาจารย์บอกว่ายังไม่ได้ตั้งชื่อเลย
ชมบัวกันจนถึงอ่างสัตตบงกช อาจารย์ก็ได้อธิบายความแตกต่าง ระหว่าง
อุบลชาติ กับ ปทุมชาติ ว่า อุบลชาติ เช่น บัวผัน-เผื่อน บัวสาย บัวฝรั่ง
จะมีใบและดอกอยู่ปริ่มผิวน้ำ ปทุมชาติ จะมีใบและดอกอยู่สูงกว่าผิวน้ำ
อย่างพวกบัวหลวง
|


|
ตลอดเช้าวันนั้นทีมงาน ๑๐๘ พรรณไม้ไทย
ประทับใจกับบรรยากาศร่มรื่นของ บ้านปางอุบล และบัวหลากสีที่ทางทีมงานเก็บมาฝาก
แต่ที่ทีมงานประทับใจมากที่สุดคือ การต้อนรับอันอบอุ่นและความกรุณาของท่าน
อ.เสริมลาภ ทางทีมงานขอกราบขอบพระคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วย
|