กุหลาบพันปีเป็นต้นไม้ที่เติบโตอยู่บนที่สูงและชอบอากาศหนาวเย็น สำหรับในเมืองไทยพบได้ตามยอดเขาสูงแถบภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และมีการนำกุหลาบพันปีมาปลูกเป็นไม้ประดับประปราย โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวเนื่องจากมีดอกที่สวยงาม และเมื่อหมดดอกก็จะเติบโตในกระถางได้แต่จะออกดอกน้อยลง เมื่อพ้นฤดูหนาว

กุหลาบพันปีเป็นไม้พุ่มสูงประมาณ 1-3 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับรูปรีแกมรูปไข่กลับ กว้าง 1-2.5 ซม. ยาว 2-6 ซม. แผ่นใบเหนียวหนา มีขนประปรายทั้ง 2 ด้าน ดอกสีแดงแกมส้ม ออกเป็นช่อที่ซอกใบหรือปลายกิ่ง จำนวน 2-7 ดอก กลีบรองดอกรูปถ้วยตื้น ปลายแยก 5 แฉก ด้านนอกมีขน กลีบดอกรูปกรวย ยาว 2-3 ซม. ปลายแยก 5 แฉก เกสรตัวผู้ 10 อัน ผลรูปไข่ ยาว 1-1.5 ซม. มีขนสีน้ำตาลแดง เมื่อแก่แตกตามยาว เมล็ดแบน ขนาดเล็ก มีปีกบางใสจำนวนมาก

กุหลาบพันปีเป็นพืชที่ชอบน้ำ เครื่องปลูกจะต้องมีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ แต่ไม่ขังแฉะ ถ้าหากปล่อยให้เครื่องปลูกแห้ง อาจจะทำให้ตายได้ เนื่องจากว่ารากของอาซาเลียมีขนาดเล็กมาก และถ้าหากสูญเสียน้ำมากอาจจะทำให้รากแห้งตาย และมีผลต่อการเจริญเติบโตได้

การปลูกกุหลาบพันปีภายในอาคารนอกจากความสวยงามของดอกที่จะสร้างบรรยากาศให้กับห้องแล้วกุหลาบพันปียังมีคุณสมบัติในการดูดสารพิษได้ดีอีกด้วย

ชื่อวิทยาศาสตร์ Rhododendron moulmeinene Hook
วงศ์ ERICACEAE
ถิ่นกำเนิด จีนตอนใต้ ไต้หวัน ญี่ปุ่น ลาว และเวียดนาม
แสงแดด แดดร่มรำไร
อุณหภูมิ 14-18 องศาเซลเซียส
ความชื้น ต้องการความชื้นปานกลาง
น้ำ ชอบน้ำมากแต่ไม่ขังแฉะ
การดูแล อาซาเลียเป็นพืชชอบน้ำ เครื่องปลูกจะต้องมีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ แต่ไม่ขังแฉะ
การปลูก เครื่องปลูกจะต้องอุ้มน้ำได้ดี ร่วนซุย แต่ต้องระบายน้ำได้ดีเช่นกัน ถ้าเครื่องปลูกแน่นมาก รากจะชอนไชในเนื้อดินหรือเครื่องปลูกไม่ได้ทำให้ไม่เจริญเติบโต ควรใช้ดินร่วนผสมกับแกลบ ขุยมะพร้าว ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมักเป็นเครื่องปลูก
การขยายพันธุ์ ปักชำกิ่งและเพาะเมล็ด
อัตราการคายความชื้น น้อย
อัตราการดูดสารพิษ ปานกลาง
กุหลาบพันปี