ปทุมมา Siam Tulip
               ปทุมมา  เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวที่มีลำต้นสะสมอาหารอยู่ใต้ดินแบบเหง้า  มีการเจริญเติบโตทางลำต้นและให้ดอกในช่วงฤดูฝนราวเดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายน  จากนั้นจะทิ้งใบจนหมดแล้วพักตัวอยู่ในดินตลอดช่วงฤดูหนาวราวเดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์   เมื่อถึงฤดูฝนก็จะเจริญเติบโตออกดอกอีกครั้ง  ดอกปทุมมามีรูปทรงสง่าและมีสีสันสวยงาม  เป็นที่ประทับใจแก่ผู้ที่ได้พบเห็น  จนได้รับการส่งเสริมให้เป็นไม้ตัดดอกและเก็บหัวพันธุ์เพื่อส่งไปขายยังต่างประเทศ  เป็นที่ประทับใจและชื่นชอบของชาวต่างประเทศจนได้สมญาว่า สยามทิวลิป (Siam Tulip)
               ปทุมมา  จัดเป็นพืชในวงศ์  Zingiberaceae  ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับขิงและข่า  อยู่ในสกุล Curcuma  มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบประเทศอินโดจีน  พม่า และไทย  สำหรับในประเทศไทยจะพบเห็นปทุมมาได้แทบทุกภาคของประเทศ  โดยเฉพาะในเขตภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีความหลากหลายของสายพันธุ์มากที่สุด  ไม้ในสกุลนี้แบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ

Stulip2.jpg (12897 bytes)
ปทุมมาพันธุ์เชียงใหม่

  • กลุ่มปทุมมา  พบได้ทั่วไปในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ตามเขตชายแดนไทย-ลาว และตามเขตชายแดนไทย-เขมร  ส่วนใหญ่มักพบอยู่ตามทุ่งหญ้าที่โล่งแจ้งบริเวณชายป่าเบญจพรรณหรือบริเวณชั้นล่างของป่าเต็งรัง  ลักษณะช่อดอกในกลุ่มปทุมมาจะแทงช่อดอกออกมาจากส่วนกลางของลำต้นเทียม  ก้านช่อดอกยาวตรง  ดอกจริงมีสีม่วงหรือสีม่วงอ่อน  ไม้ในกลุ่มนี้มีหลายชนิดที่สามารถนำมาผลิตเป็นไม้ตัดดอก ไม้กระถาง และไม้ประดับแปลง  เช่น ปทุมมา บัวสวรรค์ บัวลายปราจีน บัวลายลาว เทพรำลึก ทับทิมสยาม ช่อมรกต และปทุมรัตน์  เป็นต้น
  • กลุ่มกระเจียว  กลุ่มนี้มีอยู่หลายชนิดพบได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย  ชนิดที่พบขึ้นในที่โล่งแจ้งมักจะมีลักษณะใบหนา มีขนมาก  ส่วนพวกที่พบขึ้นในป่าชื้นมักจะมีลักษณะใบบาง  ลักษณะของช่อดอกจะเป็นทรงกระบอก  อาจแทงช่อดอกขึ้นมาจากเหง้าโดยตรงหรือออกจากทางด้านข้างของลำต้นเทียม  ดอกจริงมีสีขาวหรือเหลือง  หลายชนิดในกลุ่มนี้สามารถผลิตเป็นไม้ตัดดอก ไม้กระถางได้เช่นกัน  ที่สำคัญได้แก่  บัวชั้น  กระเจียวส้ม  พลอยไพลิน  พลอยทักษิณ  และพลอยชมพู  เป็นต้น

                 ปทุมมาจะพักตัวในช่วงปลายเดือนกันยายนและพร้อมที่จะเติบโตได้ใหม่ในช่วงปลายเดือนมีนาคม  การปลูกควรปลูกในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนมิถุนายน  โดยจะเจริญเติบโตได้ดีในดินที่มีอินทรีย์วัตถุสูง  ระบายน้ำได้ดี  การปลูกในแปลงต้องใส่ปุ๋ยหมักร่วมกับปุ๋ยคอกประมาณ 3-6 ตันต่อไร่  หน้าแปลงกว้าง 1.2-1.5 เมตร  ตากดินนาน ประมาณ 10-14 วัน  โดยใช้พลาสติกใสคลุมแปลงให้มิดชิดไม่ให้อากาศถ่ายเทได้เพื่อให้มีความร้อนสูงกว่า 60 องศาเซลเซียส  และโรยปูนขาวก่อนเตรียมแปลงเพื่อลดโอกาสของการเกิดโรค  กรณีปลูกลงในถุงหรือในกระถาง วัสดุที่ใช้ปลูกควรมีส่วนผสมของทราย ขุยมะพร้าวและขี้เถ้าแกลบ ในอัตราส่วน 2:1:2  สำหรับการปลูกลงแปลงระยะในการปลูกควรอยู่ที่ประมาณ 30 X 30 เซนติเมตร  ใช้ปุ๋ยสูตรเสมอ 15-15-15 หรือ 16-16-16 ประมาณ 1 ช้อนชารองก้นหลุมก่อนปลูก   การปลูกที่จะทำให้เกิดการแตกกอดีที่สุดคือวางหัวพันธุ์ในแนวนอนเพื่อให้ตาข้างบนเหง้ามีโอกาสเจริญเติบโตเป็นหน่อได้   หลังจากปลูกแล้วให้ใส่ปุ๋ยสูตรเสมอ 15-15-15 หรือ 16-16-16 เดือนละครั้งในอัตรา 1 ช้อนชาต่อต้น  และในเดือนที่ 3-5 ให้ใส่ปุ๋ยสูตร 9-24-24 เดือนละครั้งในอัตรา 1 ช้อนชาต่อต้นเช่นกัน  สำหรับการรดน้ำควรรดวันละครั้งในช่วงเช้า  ยกเว้นวันที่มีฝนตก  และการรดน้ำแต่ละครั้งต้องให้เพียงพอที่จะทำให้ดินชื้นตลอดทั้งวัน  หลังจากที่ปทุมมาเจริญเติบโตเต็มที่และให้ดอกในช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนกันยายนแล้วจะเริ่มพักตัวในช่วงปลายเดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคม  การเก็บหัวพันธุ์จะอยู่ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม  การเก็บเกี่ยวควรทำเมื่อต้นปทุมมาแห้งเต็มที่และยุบตัวลง  โดยสังเกตจากใบจะมีสีเหลืองและแห้ง  ควรงดการให้น้ำและให้ดินแห้งก่อนการขุดอย่างน้อย 1 เดือน  เพื่อเร่งให้มีการสะสมอาหารอย่างเต็มที่  ถ้าเก็บขณะที่ต้นยังไม่แก่เต็มที่ ใบยังตั้งตรงและดินยังมีความชื้นอยู่จะทำให้หัวพันธุ์ที่ขุดได้เหี่ยวเร็วเก็บรักษาได้ไม่นานและมีเปอร์เซ็นความงอกต่ำ


เกี่ยวกับเรา :: ขอขอบคุณ :: ติดต่อโฆษณา
Copyright © 1999-2005 Panmai.Com, All rights reserved.