|
วงศ์บอน
ARACEAE
เสน่ห์จันทน์เขียว
ชื่อวิทยาศาสตร์
Homalomena spp.
วงศ์
ARACEAE
ชื่อสามัญ
-
ชื่ออื่นๆ
-
ลักษณะทั่วไป
เป็นว่านที่เกิดจากหัวที่อยู่ใต้ดิน ลำต้นโผล่ขึ้นมาเหนือดิน
มีลักษณะเป็นกอกลม คล้ายต้นบวบมีสีน้ำตาลไหม้ ใบเป็นรูปหัวใจ ปลายใบแหลม
โคนเว้า พื้นใบและก้านใบมีสีเขียว ช่วงใบถี่ ขอบใบเรียบไม่มีหยัก
ใบออกตรงส่วนยอดของลำต้น ออกดอกเป็นกลุ่มระหว่างกาบของก้านใบ ลักษณะของดอกคล้ายกับดอกจำปีตูมมีสีเขียว
มีกาบดอกห่อหุ้มเกสรอยู่ และมีลักษณะเป็นแท่ง ว่านเสน่ห์จันทน์เขียวมี
2 ชนิด คือ ชนิดหนึ่งเกสรจะมีกลิ่นหอมอ่อนๆ และอีกชนิดหนึ่งเกสรไม่มีกลิ่นหอม
การปลูก
เสน่ห์จันทน์เขียวเป็นว่านที่ปลูกได้ในดินทุกชนิด
แต่จะเจริญงอกงามได้ดีในดินปนทราย ควรปลูกในที่ร่มหรือที่ร่มรำไร
ให้มีแสงแดดส่องได้เพียงเล็กน้อย ถ้าถูกแสงแดดจัดนานจะทำให้ใบไหม้
การให้น้ำควรให้สม่ำเสมอทั้งเช้าและเย็น เพราะว่านเสน่ห์จันทน์เขียว
เป็นไม้ที่ต้องการความชื้นสูงพอสมควร
การขยายพันธุ์
โดยการแยกหน่อจากหัวเดิมมาปลูกใหม่
ความเป็นมงคล
เสน่ห์จันทน์เขียวเป็นว่านเสน่ห์เมตตามหานิยม
ปลูกเลี้ยงไว้เพื่ออำนวยโชคลาภและทำให้ผู้เป็นเจ้าของมีเสน่ห์
การพบปะผู้คนก็จะมีแต่คนชอบคนรักในตัวผู้เป็นเจ้าของว่าน และเป็นว่านที่เหมาะที่จะปลูกไว้ตามร้านค้าและบ้านเรือนเพราะจะทำให้มีลูกค้าหรือแขกบ้านไปมาหาสู่อย่างมิตรอย่างสม่ำเสมอ

เสน่ห์จันทน์แดง
ชื่อวิทยาศาสตร์
Homalomena rubescens
วงศ์
ARACEAE
ชื่อสามัญ
-
ชื่ออื่นๆ
-
ลักษณะทั่วไป
เป็นว่านที่เกิดจากหัวที่อยู่ใต้ดิน ลำต้นอยู่เหนือผิวดิน
ไม่มีการแตกกิ่งก้านสาขา ลำต้นประกอบด้วยก้านใบหลายๆ ก้าน ก้านใบกลมยาวมีสีเขียวอมแดงหรือสีเขียว
หากเลี้ยงได้สมบูรณ์ก้านใบอาจเป็นสีแดงปนดำหรือสีแดงเลือดหมูตลอดทั้งก้านโดยไม่มีสีเขียว
ใบมีลักษณะเป็นรูปหัวใจ โคนใบมนเว้า ปลายใบแหลม และขอบใบเรียบไม่มีหยัก
พื้นใบสีเขียว ว่านเสน่ห์จันทน์แดงออกดอกเป็นกลุ่ม คล้ายดอกจำปีตูม
ประกอบไปด้วยกาบดอกห่อหุ้มแท่งเกสรอยู่ภายใน ทั้งดอกและก้านดอกเป็นสีแดง
การปลูก
ควรปลูกในดินร่วนหรือดินปนทราย เป็นว่านที่เจริญเติบโตได้ดีทั้งในที่ร่มและที่มีแสงแดดจัด
แต่เป็นว่านที่ชอบน้ำมาก จึงควรรดน้ำสม่ำเสมอทั้งเช้าเย็น
การขยายพันธุ์
โดยการแยกหน่อ
ความเป็นมงคล
ว่านเสน่ห์จันทน์แดงจะเป็นมงคลในเรื่องของมหานิยม
ถ้าปลูกไว้ในบริเวณบ้าน ก็จะเป็นศรีมีเสน่ห์แก่ครอบครัว ผู้ใดจะคิดบุกเข้ามากระทำการร้ายใดๆ
ก็จะไม่สำเร็จและจะทำให้ผู้ที่คิดร้ายนั้นกลับมีจิตเมตตาขึ้นมาแทน
เสน่ห์จันทน์ขาว
ชื่อวิทยาศาสตร์
Alocasia lindenii
วงศ์
ARACEAE
ชื่อสามัญ
-
ชื่ออื่นๆ
-
ลักษณะทั่วไป
เสน่ห์จันทน์ขาวเป็นว่านที่ลำต้นโผล่ขึ้นมาจากหัวที่อยู่ใต้ดิน
ประกอบไปด้วยกาบใบที่ห่อหุ้มลำต้นอยู่ มีลักษณะคล้ายกับต้นบอน
ลำต้นเป็นสีน้ำตาล ใบเป็นรูปใบโพธิ์ พื้นใบสีเขียวและมีสีขาวประอยู่ทั่วใบ
ปลายใบแหลมเรียว โคนใบเว้าเข้าหาก้านใบ และถ้าใบสมบูรณ์ดี เส้นกลางใบก็จะเป็นสีขาว
ใบอ่อนแตกตรงส่วนยอดของลำต้น โดยจะมีก้านใบกลมตรงชูขึ้นมาและก้านใบก็จะมีขาวด้วย
ดอกสีขาวอมเขียวออกดอกเป็นกลุ่ม ลักษณะของดอกคล้ายกับดอกจำปีตูม
มีกลีบเดียวกลางดอกมีเกสรเป็นรูปแท่ง มีก้านดอกยาวสีขาว
การปลูก
ควรปลูกในดินปนทรายหรือดินที่มีการระบายน้ำได้ดี
อย่าให้ถูกแสงแดดจัดอาจทำให้ตายได้ ควรปลูกในที่มีแสงแดดรำไร
ว่านเสน่ห์จันทน์ขาวเป็นว่านที่ชอบน้ำมาก จึงควรรดน้ำทุกเช้าและเย็น
การขยายพันธุ์
โดยการแยกหน่อ
ความเป็นมงคล
เป็นว่านที่มีอำนาจในทางเสน่ห์ ปลูกขึ้นที่ไหนหรือบ้านใดสามารถเป็นเสน่ห์เรียกคนไปที่นั่นได้
ในสมัยโบราณเชื่อกันว่าเป็นว่านเชิงเสน่ห์ระหว่างชายและหญิง และถ้านำหัวว่านมาแกะเป็นรูปนางกวักก็จะเป็นเสน่ห์แก่ผู้ที่ทำอาชีพค้าขาย

เสน่ห์จันทน์มหาโพธิ์
ชื่อวิทยาศาสตร์
Homalomena
วงศ์
ARACEAE
ชื่อสามัญ
-
ชื่ออื่นๆ
ว่านศรีมหาโพธิ์
ลักษณะทั่วไป
เสน่ห์จันทร์มหาโพธิ์มี ลำต้นเป็นหัวอยู่ใต้ดิน
ก้านใบกลมเรียวสีเขียว บริเวณโคนแผ่ออกเป็นกาบโอบหุ้มลำต้นแบบสลับโดยรอบ
ใบรูปหัวใจ ปลายใบแหลมเป็นติ่ง โคนใบกลมและหยักเว้า เส้นกลางใบและเส้นใบทางด้านบนเป็นร่องลึกสีเขียวอ่อนทางด้านล่างนูนเป็นสัน
แผ่นใบหยักเป็นคลื่น ส่วนใหญ่จะอยู่ในลักษณะนอนขนานกับพื้นดิน
ราก ลำต้น ก้านใบ หักดมจะมีกลิ่นหอม ยอดอ่อนแทงออกมาก่อนจะคลี่ใบ
มีหน่ออ่อนตามข้างหัว ดอกคล้ายดอกจำปีตูม สีเขียวอ่อน
การปลูก
ใช้ดินร่วนผสมอิฐเผาไฟทุบละเอียด นำไปตากน้ำค้างหนึ่งคืน
เอามาใช้เป็นดินปลูก วางหัวว่านตรงกลางกระถาง โดยปลูกให้หัวโผล่
กดดินพอแน่นรดน้ำพอเปียกชุ่ม วางกระถางในที่ร่มแต่ให้ถูกแดดรำไร
เป็นว่านที่ไม่โทรมเหมือนว่านอื่นๆ ที่จะทิ้งใบบางฤดู แต่ว่านนี้จะทรงตัวอยู่ได้ตลอดทั้งปี
การขยายพันธุ์
โดยการแยกหน่อ
ความเป็นมงคล
ใช้เป็นสิริมงคลในด้านการค้า และเมตตามหานิยม
เชื่อกันว่าหากนำหัวว่านมาแกะเป็นรูปพระ แล้วใส่สงในขันสำริด เทน้ำมันจันทน์ลง
เสกด้วยคาถา นำน้ำมันมาทาที่หน้าผาก ผู้คนที่พบปะจะนิยมรักใคร่สนิทสนม
ต้อนรับขับสู้ เอ็นดูและเมตตา หากนำน้ำมันมาทาตัวจะเกิด นะจังงัง
คงกระพันชาตรี แคล้วคลาดจากอุบัติภัย อันตราย หากนำน้ำมันมาใส่หัวใส่มือ
จะสามารถทำกิจการงานใดๆ สำเร็จสมดังมุ่งหมาย

แสงอาทิตย์
ชื่อวิทยาศาสตร์
Homalomena Rubescens Kunth
วงศ์
ARACEAE
ชื่อสามัญ
-
ชื่ออื่นๆ
ว่านตะกร้อ, ว่านกระทุ่ม (ภาคเหนือ), ว่านแสงไฟ
ลักษณะทั่วไป
เป็นไม้ล้มลุกที่นำมาจากต่างประเทศ หัวเป็นเหง้าใต้ดิน
ขนาดใหญ่ มีการแตกเป็นแง่งได้ เช่นเดียวกับหัวข่า ก้านใบสั้นส่วนใหญ่แผ่ออกเป็นกาบสีแดงโอบหุ้มกันเป็นลำกลมแบน
สูง 30-50 ซม. ใบรูปรียาว ขนาดกว้าง 14-20 ซม. ยาว 30-40 ซม. ปลายใบแหลมเป็นติ่ง
โคนใบเบี้ยว ขอบใบมีขลิบสีแดงโดยรอบทางด้านบน เส้นกลางใบเป็นร่องสีแดง
ขอบของร่องสีขาว เส้นใบนูนออกในลักษณะตั้งฉากกับเส้นกลางใบ แผ่นใบสีเขียว
ด้านล่างแผ่นใบอ่อนมีสีแดง ใบแก่จะมีสีแดงเรื่อๆ เส้นกลางใบนูนเป็นสันสีแดงเข้มกว่าแผ่นใบเมื่อถูกไฟหรือแสงอาทิตย์ใบจะห่อและด้านล่างใบจะมีเงาสะท้อน
เป็นว่านที่ไม่โทรมทั้งในฤดูหนาวและฤดูร้อน งามได้ตลอดปี
การปลูก
ควรปลูกในดินร่วนปนทราย เป็นว่านที่ชอบอยู่ในที่ชื้นเย็น
และถูกแสงแดดรำไร
การขยายพันธุ์
โดยการแยกหน่อ
ความเป็นมงคล
ถือเป็นว่านทางโชคลาภ หากนำหัวว่านพกติดตัวเดินทางไกลจะเป็นอำนาจแก่ตน
คุ้มครองอันตรายทั้งปวง ผู้ที่จะนำว่านนี้มาใช้ต้องชำระร่างกายและจิตใจให้สะอาดเสียก่อน
คือ ต้องถือศีล 5 หรือศีล 8
นางคุ้ม
ชื่อวิทยาศาสตร์
Alocasia cucullata. (Scholt)
วงศ์
ARACEAE
ชื่อสามัญ
-
ชื่ออื่นๆ
ว่านผู้เฒ่าเฝ้าบ้าน
ลักษณะทั่วไป
เป็นว่านที่มีหัวอยู่ใต้ดิน ลักษณะคล้ายหอมหัวใหญ่
ซึ่งหัวประกอบไปด้วยกลีบของหัวที่เรียงซ้อนกันอยู่จนเป็นหัวกลม
ใบกลมใหญ่ หนา คล้ายใบฟักทอง มีสีเขียว ก้านใบยาวสีเขียวแก่ ดอกออกเป็นช่อจากกลางกอ
ก้านดอกเป็นแท่งสูงตรง จะมีดอกตูมก่อนแล้วบานเป็นสีขาว แต่ละดอกประกอบด้วยกลีบ
6 กลีบ เกสรสีเหลือง มีกลิ่นหอม
การปลูก
ดินที่จะนำมาปลูกว่านนางคุ้ม ให้นำไปเผาไฟเสียก่อน
แล้วทุบดินให้แตกละเอียด แล้วตากน้ำค้างทิ้งไว้ 1 คืน จึงนำดินใส่กระถางสำหรับปลูกวางหัวว่านกลางกระถางแล้วกลบดินไม่ต้องให้ดินปิดหัวว่านจนมิด
ให้หัวว่านโผล่ขึ้นมาเล็กน้อย รดน้ำพอเปียกเท่านั้น อย่าให้น้ำมากไป
เพราะจะทำให้หัวว่านเน่าได้ รดน้ำ เช้า-เย็น อย่างสม่ำเสมอ
การขยายพันธุ์
โดยการแยกหัว
ความเป็นมงคล
เชื่อว่าว่านนางคุ้มเป็นว่านที่มีความมงคลทางด้านคุ้มครองป้องกันอันตรายต่างๆ
ถ้าปลูกไว้ในบ้านจะมีคุณทางป้องกันไฟไหม้ได้ คือ จะคุ้มครองให้บ้านและผู้เป็นเจ้าของรอดพ้นจากการถูกไฟไหม้

สิงหะโมรา
ชื่อวิทยาศาสตร์
Cyrtosperma johnstonii
วงศ์
ARACEAE
ชื่อสามัญ
-
ชื่ออื่นๆ
-
ลักษณะทั่วไป
มีหัวลักษณะคล้ายแง่งข่า แข็ง และมีสีแดงเรื่อๆ
ลำต้นคล้ายต้นของผักหนาม ลำต้นกลม ไม่แตกกิ่งก้าน ต้นอาจสูงกว่า
1.5 เมตร ใบลักษณะคล้ายใบผักหนามเช่นเดียวกับลำต้น มีสีเขียว เส้นใบสีแดง
ใบหนา ยาวรี ก้านใบสีเขียวมีหนามอ่อนๆ และมีจุดสีแดงเข้มตลอดทั้งก้านใบ
ลักษณะดอกเป็นแท่งกลมยาว มีกาบหุ้มช่อดอกสีน้ำตาล เป็นดอกชนิดสมบูรณ์เพศอยู่รอบๆ
แท่งดอก ผลมีเปลือกแข็งมากห่อหุ้มเมล็ดไว้ และมีเนื้อนุ่มๆ ห่อหุ้มภายนอกอีกชั้นหนึ่ง
การปลูก
ว่านสิงหะโมราจะเจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำได้ดี
ชอบความชื้นสูง รดน้ำแต่พอชุ่ม ควรให้ได้รับแดดรำไร เวลาปลูกให้กลบดินแต่พอมิดหัวเท่านั้น
การขยายพันธุ์
โดยการแยกหัว
ความเป็นมงคล
ว่านสิงหะโมรามีอานุภาพทางด้านป้องกันภูตผีปีศาจ
เขียวหมื่นปี
ชื่อวิทยาศาสตร์
Aglaonema modestum
วงศ์
ARACEAE
ชื่อสามัญ
Chinese Evergreen
ชื่ออื่นๆ
ว่านขันหมาก
ลักษณะทั่วไป
เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นกลมสีเขียวออกแดงเรื่อๆ
อาจสูงถึง 1 เมตร มียางสีขาว ก้านใบสีเขียว ยาว 8-10 ซม. ลักษณะด้านบนเป็นร่องเล็กน้อย
ด้านนอกกลมนูน บริเวณโคนแผ่ออกเป็นกาบสีเขียวออกแดงเรื่อๆ โอบหุ้มกันโดยรอบ
ใบรูปรี ขนาดกว้าง 8-10 ซม. ยาว 15-20 ซม. ปลายใบมนแหลม โคนใบแคบมน
ทางด้านบนเส้นกลางใบเป็นร่องสีเขียวด้านล่างเส้นกลางใบนูนเป็นสัน
แผ่นใบสีเขียวอมเหลือง มีรอยประสีเขียวเข้มหรือสีบรอนซ์เงินตลอดใบ
บริเวณแผ่นใบทั่วๆ ไป ทางด้านบนแผ่นใบสีเข้มกว่าทางด้านล่างและมีรอยประมากกว่า
การปลูก
เป็นไม้ที่เลี้ยงง่าย ปลูกได้ทั้งในดินปนทรายหรือดินร่วนซุย
ไม่ชอบแสงแดดจัด ควรปลูกในที่ร่มหรือที่มีแสงแดดส่องเพียงรำไร
เหมาะที่จะปลูกในอาคาร รดน้ำบ่อยๆ หรืออาทิตย์ละครั้งก็ได้
การขยายพันธุ์
โดยการแยกหน่อ
ความเป็นมงคล
เป็นว่านคงกระพันชาตรี นำใบมาตำให้แหลกละเอียดผสมกับเหล้าขาว
นำมาพอกแผลสด ปิดปากแผลที่ถูกของมีคมแล้วเอาผ้าพันไว้ให้แน่น เมื่อหายเจ็บแล้วให้นำผ้าพันแผลออกจะเห็นรอยแผลเชื่อมสนิทกันเช่นเดิม
เป็นรอยเล็กน้อยแต่ไม่อักเสบหรือเจ็บปวดและเมื่อแผลแห้งตกสะเก็ดจะไม่เป็นแผลเป็น
เป็นไม้ประดับที่มีความสวยงาม และเป็นสง่าแก่สถานที่ปลูก วัดในสมัยโบราณมักจะมีว่านนี้เกือบทุกวัด
ถือเป็นแม่ว่านที่มีมาช้านาน เป็นมรดกตกทอดจนถึงปัจจุบัน

พญาช้างเผือก
ชื่อวิทยาศาสตร์
Dieffenbachia picta barraquiniana
วงศ์
ARACEAE
ชื่อสามัญ
-
ชื่ออื่นๆ
-
ลักษณะทั่วไป
ว่านพญาช้างเผือกเป็นว่านที่มีหัว ลำต้นกลมยาวเป็นข้อ
ลำต้นเป็นสีเขียว แตกใบที่ยอดทีละใบ ก้านใบยาวสีขาวสะอาด โคนก้านใบเป็นกาบ
ครีบกาบเป็นสีเขียวใบรูปใบพายสีเขียว ปลายใบแหลมโคนใบมน ใบบาง
ริมใบบิดเล็กน้อย เส้นกลางใบสีขาวหรือขาวอมเขียว มีจุดขาวประบนใบไม่มากนัก
บางใบมีเพียง 2-3 จุด เป็นว่านที่แตกหน่อจากโคนต้น และตามหว่างข้อของลำต้น
สามารถแยกไปปลูกได้
การปลูก
ควรปลูกด้วยดินร่วน รดน้ำให้ชุ่มอยู่เสมอ
เพราะเป็นว่านชอบน้ำ
การขยายพันธุ์
โดยการแยกหน่อ
ความเป็นมงคล
ในทางสมุนไพรใช้ใบตำกับเหล้าพอกแผลเพื่อถอนพิษงู
พิษหมาบ้า พิษแมลงสัตว์กัดต่อยทุกชนิด ในทางคุ้มภัยและคงกระพันชาตรี
เชื่อว่าปลูกไว้ในบริเวณบ้านป้องกันภูติผีปีศาจ ปัดเป่าเสนียดจัญไรต่างๆ
หากใช้กินโดยการหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วหุ้มด้วยมะขามเปียก กลืนลงไประวังอย่าให้ยางถูกลิ้นหรือบริเวณภายในปากได้
เพราะพิษของยางอาจทำให้ขากรรไกรแข็งได้ เป็นคงกระพันชาตรี
นางกวักใบโพธิ์
ชื่อวิทยาศาสตร์
Alocasia cuculata
วงศ์
ARACEAE
ชื่อสามัญ
-
ชื่ออื่นๆ
-
ลักษณะทั่วไป
ลักษณะใบดั่งใบโพธิ์ แตกกอกลมเหมือนบอน
ก้านใบกลม ส่วนที่ติดกับหัวมีลักษณะเป็นกาบ ก้านใบและใบสีเขียว
หัวเป็นแท่งกลมสีน้ำตาล เมื่อมีอายุมาก ๆ จึงจะเห็นหัวโผล่ขึ้นมาเหนือดิน
ดอกคล้ายดอกจำปีตูม
การปลูก
ควรปลูกด้วยดินปนทราย
การขยายพันธุ์
โดยการแยกหน่อ
ความเป็นมงคล
มีสรรพคุณทางมหานิยม เหมาะแก่ร้านค้าขายจะหามาปลูกเลี้ยงไว้หน้าร้าน
ช่วยกวักเรียกลูกค้าให้มาอุดหนุน
กวักโพธิ์เงิน
ชื่อวิทยาศาสตร์
Caladium "Changiuer"
วงศ์
ARACEAE
ชื่อสามัญ
-
ชื่ออื่นๆ
-
ลักษณะทั่วไป
ว่านกวักโพธิ์เงิน มีลักษณะเป็นกอเหมือนบอน
ก้านใบกลมสีเขียวใบรูปหัวใจ ปลายใบแหลม โคนใบมนเว้าน้อย ๆ พื้นใบสีเขียว
เส้นกลางใบสีขาว เส้นใบสีขาว มีหัวขนาดเล็กอยู่ใต้ดิน
การปลูก
ควรปลูกว่านกวักโพธิ์เงินด้วยดินปนทราย
จัดวางกระถางว่านให้ได้รับแสงแดดรำไร ก้านใบจะแข็งแรงตั้งตรง หากอยู่แต่ในที่ร่มจะทำให้ก้านใบอ่อนไม่ตั้งตรง
กอว่านจะไม่สวยงาม
การขยายพันธุ์
โดยการแยกหน่อ
ความเป็นมงคล
สรรพคุณเป็นว่านเสน่ห์เมตตามหานิยม ปลูกเลี้ยงไว้ในบริเวณร้านค้าขายจะทำมาค้าขึ้น
ปลูกไว้บริเวณบ้านจะมีแต่ผู้นำลาภยศมาให้
กวักทองคำ
ชื่อวิทยาศาสตร์
Aglaonema commutatum
วงศ์
ARACEAE
ชื่อสามัญ
A.marantifolium tricolor
ชื่ออื่นๆ
กวักแม่ทองคำ
ลักษณะทั่วไป
เป็นไม้ที่มีลำต้นสูงประมาณ 50-100 ซม.
ลำต้นสีเขียวอ่อน แตกกิ่งก้านสาขาออกขึ้นไปเรื่อยๆ เป็ฯก้านของใบ
ใบเป็นรูปใบพาย ปลายใบแหลม โคมใบมน ใบยาวประมาณ 30 ซม. พื้นใบสีเขียวเข้มมัน
มีสีเขียวอ่อนเป็นลายเล็กๆ ทาบไปตามเส้นใบ ก้านใบมีสีชมพู แต่ถ้าไม่สมบูรณ์จะเป็นสีชมพูจางหรือเป็นสีขาว
การปลูก
ควรปลูกว่านด้วยดินร่วน จัดวางกระถางว่านให้ได้รับแสงแดดรำไรและมีความชื้นสูง
การขยายพันธุ์
โดยการแยกหน่อ
ความเป็นมงคล
เชื่อกันว่าเป็นว่านสิริมงคล ว่านแห่งโชคลาภ
ปลูกเลี้ยงไว้ในบริเวณร้านค้าขายจะทำมาค้าขึ้น เงินทองไหลมาเทมา

เจ้าน้อยมหาพรหม
ชื่อวิทยาศาสตร์
Dieffenbachia seguina
วงศ์
ARACEAE
ชื่อสามัญ
-
ชื่ออื่นๆ
ว่านพญาค่าง
ลักษณะทั่วไป
ว่านเจ้าน้อยมหาพรหม เป็นว่านที่มีหัวยาวกลมตรง
(ลำต้น) สีเขียว ก้านใบยาวสีเขียว ใบรูปใบพายสีเขียว โคนใบมนปลายใบเรียวแหลม
โคนก้านใบและลำต้นมีลายเล็กน้อย
การปลูก
ควรปลูกด้วยดินร่วนหรือดินปนทราย เป็นว่านชอบน้ำ
ควรวางกระถางว่านให้ถูกแสงแดดเพียงรำไร
การขยายพันธุ์
โดยการแยกหน่อ
ความเป็นมงคล
สรรพคุณเป็นว่านอยู่ยงคงกระพัน โดยตัดลำต้นหรือหัวว่านเป็นชิ้นเล็ก
ๆ พอกลืนได้ ห่อหุ้มด้วยมะขามเปียกก่อนแล้วจึงกลืน ระวังอย่าให้ยางของว่านถูกลิ้นได้ลิ้นจะแข็งพูดไม่ออก
ยางหากถูกมือหรือผิวหนังส่วนอื่นก็คันได้เช่นกัน
|