เกร็ดพรรณไม้

พืชจะแสดงอาการอย่างไร เมื่อขาดธาตุอาหาร

               การดูอาการผิดปกติของพืชเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยบอกให้รู้ว่า  พืชขาดธาตุอาหารอะไร  ดินที่ใช้ปลูกพืชนั้นๆ มีลักษณะอย่างไรมีธาตุอาหารเพียงพอหรือไม่  และจะทำการแก้ไขอย่างไร  อย่างไรก็ตามวิธีนี้มีข้อควรระวังหลายประการ เช่น

  • อาการขาดธาตุชนิดเดียวกันในพืชแต่ละชนิดอาจมีลักษณะต่างกัน
  • การขาดธาตุ  ถ้าขาดไม่มากพืชมักจะไม่แสดงอาการผิดปกติ  แต่มีผลทำให้ผลผลิตลดลง
  • ถ้าเป็นพืชอายุสั้น  เมื่อพืชแสดงอาการผิดปกติ  มักจะแก้ไขไม่ทันการเสียแล้ว
  • ถ้าขาดธาตุมากกว่าหนึ่งธาตุจะสังเกตอาการผิดปกติได้ยากขึ้น
  • มีลักษณะอาการผิดปกติที่เกิดจากสาเหตุอื่น เช่น พืชขาดน้ำ ดินเค็ม โรค และแมลงต่างๆ อาจมีลักษณะคล้ายๆ กับอาการขาดธาตุอาหาร  ทำให้เข้าใจผิดว่าพืชขาดธาตุอาหาร
ฟอสฟอรัส P ต้นแคระแกร็น ใบเล็ก เหลือง ลำต้นเล็กลง ใบล่างเริ่มมีสีม่วงตามแผ่นใบ ดอกผลน้อย  รากไม่เจริญ
ไนโตรเจน N ลำต้นและรากแคระแกร็น ใบเล็กเหลืองซีด ร่วงง่าย แตกกิ่งก้านน้อย ถ้าขาดมากๆ จะเหลืองซีดไปทั้งต้นและอาจทำให้ตายได้
โปตัสเซียม K ใบแก่มีอาการไหม้เริ่มจากที่ปลายใบ แผ่นใบจะโค้งลงหรือม้วนจากปลายใบ ใบอ่อนจะมีจุดประสีแดงหรือเหลืองระหว่างเส้นใบ คุณภาพของดอกและผลลดลง
แมกนีเซียม Mg ใบแก่มีลักษณะเหลืองซีด ระหว่างเส้นใบมีสีขาวหรือเหลือง ใบร่วงเร็ว  การเจริญเติบโตช้าลง ปริมาณและคุณภาพของดอกผลต่ำ
คลอรีน Cl ใบเหี่ยวง่าย เหลืองด่าง พืชทั่วไปมีคลอรีนพอเพียงจึงไม่พบปัญหาของการขาดคลอรีน
โมลิบดินั่ม Mo ขอบใบโค้งหงิกงอ มีจุดเหลืองด่างตามขอบใบ
สังกะสี Zn ใบอ่อนมีสีเหลืองซีดและปรากฏสีขาวประปรายตามแผ่นใบ ทำให้ไม่ทนต่อสภาวะแดดร้อนจัดและหนาวจัด
ทองแดง Cu ใบอ่อนจะมีสีเหลือง ตาจะกลายเป็นสีดำ ยอดจะชะงักการเจริญเติบโตและตาย
กำมะถัน S ใบยอดมีขนาดเล็ก สีเหลืองซีด เส้นใบยังคงมีสีเขียว
โบรอน B ส่วนยอดมีสีเหลืองและแห้งตาย ลำต้นและใบบิดเบี้ยว ลำต้นไม่ค่อยยืดตัวและเปราะแตกง่าย
แมงกานีส Mn ระหว่างเส้นใบจะขาดสีเขียวหรือเกิดจุดขาวเหลือง แต่เส้นใบยังคงมีสีเขียว ไม่ออกดอกผล
เหล็ก Fe ยอดอ่อนมีสีเหลืองซีดจนกระทั่งเป็นสีขาวและแห้งตาย แต่เส้นใบยังคงมีสีเขียว
แคลเซียม Ca ใบอ่อนบิดเบี้ยว ขอบใบม้วนลง ขอบใบไม่เรียบ ขาดและแห้ง ยอดอ่อนตาย

 

     ธาตุอาหารหลักพืชต้องการในปริมาณมาก
     ธาตุรองพืชต้องการในปริมาณไม่มากนัก
     จุลธาตุพืชต้องการในปริมาณน้อย

                จากตารางสามารถแบ่งกลุ่มการขาดธาตุอาหารตามลักษณะและบริเวณที่พืชแสดงอาการได้ 3 กลุ่ม คือ

  1. ถ้าพืชแคระแกร็น  มีอาการแสดงออกเฉพาะที่ใบแก่  ใบร่วงเร็ว  แสดงว่าน่าจะขาดธาตุอาหารหลัก ไนโตรเจ ฟอสฟอรัส หรือ โปตัสเซียม นอกจากนี้การขาด แมกนีเซียม ก็แสดงอาการที่ใบแก่เช่นกัน  อย่างไรก็ตามในดินที่มีอินทรีวัตถุมากไม่น่าจะขาด ไนโตรเจน  ดินเหนียวไม่น่าจะขาด โปตัสเซียม  และดินที่ไม่เป็นกรดน่าจะมี แมกนีเซียม เพียงพอ
  2. ถ้าพืชแสดงอาการที่ส่วนยอดและลุกลามมายังใบที่โตเต็มที่แล้ว  อาการแบบนี้มักจะเกิดจากการขาดธาตุ กำมะถัน ทองแดง สังกะสี โมลิบดินัม หรือ คลอรีน  แต่โดยปกติคลอรีนมีมากในดินและน้ำ  พืชจึงไม่ค่อยขาดคลอรีน  อาการขาดธาตุพวกนี้จะคล้ายๆ กันคือใบพืชจะขาดสีเขียว ใบเหลืองด่างหรือขาวเหลือง  ในดินที่เป็นด่างจะขาดทองแดงและสังกะสี
  3. ถ้าพืชแสดงอาการเฉพาะที่ส่วนยอด  ซึ่งมักจะเกิดกับพืชที่โตแล้วแสดงว่าพืชอาจจะขาดธาตุอาหารพวก แคลเซียม เหล็ก แมงกานีส หรือ โบรอน  ซึ่งถ้าจะแยกว่าขาดอะไรให้ดูอาการและลักษณะของดินประกอบ เช่น  ถ้าดินเป็นด่างไม่น่าจะขาด แคลเซียม  ถ้าขาด เหล็ก ใบอ่อนจะเป็นสีขาวเหลืองแต่เส้นใบเขียวชัดเจน  ถ้าขาดโบรอนอาจมีใบขาดวิ่นหรือต้น-หัวมีจุดสีน้ำตาล

การแก้ไข

  • ถ้าพืชขาดธาตุอาหารหลักพวก ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และ โปตัสเซียม นิยมใส่ปุ๋ยให้ทางดิน  เพราะพืชต้องการมาก  การให้ปุ๋ยทางใบโดยปกติจะช่วยเสริมให้สามารถแก้ไขได้ทันท่วงทีในช่วงแรกๆ  ปุ๋ยที่ใช้ควรเลือกสูตรให้เหมาะสมตามลักษณะที่พืชขาด  ตัวเลขสูตรปุ๋ย เช่น 30-20-10 หมายถึงปริมาณของ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และ โปตัสเซียม ในปุ๋ยนั้นตามลำดับ
  • ถ้าพืชแสดงอาการขาด แคลเซียม หรือ แมกนีเซียม ซึ่งโดยปกติจะพบในดินที่เป็นกรด  แก้ไขได้โดยการใส่ปูน  ถ้าขาดแคลเซียมอาจใช้ปูนมาร์ล ปูนขาวหรือหินปูนบด  แต่ถ้าขาด แมกนีเซียม ด้วยควรใช้ปูนโดโลไมต์ เพราะมีทั้ง แคลเซียม และ แมกนีเซียม
  • ถ้าพืชขาดจุลธาตุ  ควรปรับสภาพความเป็นกรด-ด่างของดิน pH ให้มีค่าประมาณ 5.5-7 เพราะดินในสภาพนี้จุลธาตุจะละลายออกมาให้พืชใช้ได้พอเหมาะไม่มากหรือน้อยเกินไป  แต่ถ้าดินมีธาตุเหล่านี้น้อยนิยมเพิ่มในรูปของปุ๋ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก  เพราะปุ๋ยพวกนี้มีธาตุเหล่านี้อยู่ด้วย  อย่างไรก็ตามการใส่ปุ๋ยให้ทางดินอาจจะช้าแก้ไขได้ไม่ทันการ  ดังนั้นอาจมีการฉีดพ่นให้ทางใบด้วย  ในปัจจุบันมีปุ๋ยที่มีพวกจุลธาตุผสมอยู่มาก  เช่น ปุ๋ยน้ำหรือปุ๋ยเกร็ดละลายน้ำ  แต่ถ้าทราบว่าขาดจุลธาตุเพียง 1 หรือ 2 ตัว ก็อาจหาซื้อปุ๋ยที่มีเฉพาะธาตุนั้นๆ มาฉีดให้ทางใบก็ได้  เช่น เหล็กคีเลทให้ธาตุเหล็ก  แมงกานีสซัลเฟตให้ แมงกานีสและกำมะถัน  ซิงซัลเฟตให้สังกะสีและกำมะถัน  คอปเปอร์ซัลเฟตให้ทองแดงและกำมะถัน  โบแร็กซ์ให้โบรอน  แอมโมเนียมโมลิบเดทให้โมลิบดินัมและไนโตรเจน  และอื่นๆ อีกมาก


เอกสารอ้างอิง

  • เอกสารประกอบการอบรม ดิน-ปุ๋ย-น้ำ , ดร.สุเทพ  ทองแพ , มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  • ดินและปุ๋ยสำหรับโป๊ยเซียน , ดีพร้อม  ไชยวงศ์เกียรติ
  • วารสารเมืองเกษตร  ปีที่ 11 ฉบับ 121 ตุลาคม 2541

เกี่ยวกับเรา :: ขอขอบคุณ :: ติดต่อโฆษณา
Copyright © 1999-2005 Panmai.Com, All rights reserved.