ตะโกนา

ตะโกนา

ชื่อวิทยาศาสตร์

Diospyros rhodcalyx Kurz

ชื่อวงศ์

EBENACEAE

ชื่อสามัญ

Ebony

ชื่อท้องถิ่น

  • ทั่วไป เรียก ตะโกนา
  • ภาคอีสาน เรียก โก
  • นครราชสีมา เรียก นมงัว
  • ภาคเหนือ เรียก มะโก
  • เชียงใหม่ เรียก มะถ่าน ไฟผี พระยาช้างดำ

ลักษณะทั่วไป

ตะโกนาเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูงประมาณ 15 เมตร เปลือกสีดำแตกเป็นสะเก็ดหนา ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับกัน รูปไข่กลับ สี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนกลาย โคนใบสอบเป็นรูปลิ่ม ป้อมหรือป้าน ปลายใบโค้งมน ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียอยู่ต่างต้นกัน ดอกเพศผู้ออกเป็นช่อเล็กๆ ตามง่ามใบช่อหนึ่งๆ มีประมาณ 3 ดอก มีขนนุ่ม ดอกเพศเมียออกเดี่ยวๆ ตามง่ามใบ มีขนนุ่ม ผลกลม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.5–2.5 ซม. เมื่อยังอ่อนอยู่มีขนสีน้ำตาลแดง โคนและปลายผลบุ๋ม

การปลูก

ตะโกนาขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด

สรรพคุณทางยา

  • ลูก รสฝาดหวาน แก้ท้องร่วง แก้ตกเลือด แก้มวนท้อง ขับพยาธิ แก้กะษัย แก้ฝี และแผลเน่าเปื่อย
  • เปลือกลูก รสฝาด เผาเป็นถ่านรสเย็น ขับระดูขาว และขับปัสสาวะ
  • เปลือกต้น, เนื้อไม้ รสเฝื่อนฝาดขม บำรุงธาตุ ช่วยย่อยอาหาร แก้มุตกิต ระดูขาว แก้รำมะนาด ปวดฟัน และเป็นยาอายุวัฒนะ

คติความเชื่อ

บางตำราว่าเป็นต้นไม้ที่ควรปลูกไว้ทางทิศใต้ (ทักษิณ) แต่ยังหาหลักฐานยืนยันไม่ได้แน่ชัด สันนิษฐานว่าคงเป็นเพราะตะโกเป็นไม้ที่มีอายุยืน ทนต่อความแห้งแล้งได้ดี จึงอยากให้ผู้อยู่อาศัยในบ้านมีความอดทนต่อสิ่งแวดล้อมเหมือนดังตะโก


ทิศอุดร (ทิศเหนือ)

ทิศอีสาน (ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ)

ทิศบูรพา (ทิศตะวันออก)

ทิศอาคเนย์ (ทิศตะวันออกเฉียงใต้)

ทิศทักษิณ (ทิศใต้)

ทิศหรดี (ทิศตะวันตกเฉียงใต้)

ทิศประจิม (ทิศตะวันตก)

ทิศพายัพ (ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ)

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง